ดื่มกาแฟได้แค่ไหนถึงเรียกว่าไม่ได้ติดคาเฟอีน??

coffee key

ผู้คนในยุคนี้นิยมบริโภคกาแฟเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าในตอนเช้าถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟสักแก้ว มนุษย์เงินเดือนหลายๆคนอาจจะถึงกับทำงานไม่ได้กันเลยทีเดียว เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน ใครๆก็มักนึกถึงกาแฟขึ้นมาเป็นอันดับแรก กาแฟนอกจากจะช่วยให้รู้สึกหายง่วงได้แล้ว ยังนิยมนำมาบริโภคเพื่อการลดน้ำหนักและเพื่อผลลัพธ์ทางความงามอีกด้วย แน่นอนว่าการรับคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมย่อมไม่ทำให้เกิดปัญหาอย่างแน่นอน แต่สำหรับใน 1 วันดื่มกาแฟหลายแก้วมากๆ นั่นอาจหมายความว่าคุณกำลังติดคาเฟอีนในกาแฟอยู่ก็เป็นได้ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการติดคาเฟอีน และผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายกันดีกว่านะคะ

ประโยชน์และโทษของคาเฟอีน

ก่อนอื่นเรามาคุยเกี่ยวกับประโยชน์ของคาเฟอีนกันก่อนดีกว่า ในกาแฟมีส่วนผสมของ polyphenol ที่เรียกว่า chlorogenic acid สรรพคุณของกรด chlorogenic คือ จะช่วยเผาผลาญไขมันและช่วยทำให้ผิวสวยกระจ่างใส แถมยังช่วยผ่อนคลายอารมณ์หลังทานอาหารในเวลาพักผ่อน ช่วยเพิ่มสมาธิ แถมยังช่วยทำให้รู้สึกรีแลกซ์อีกด้วย

dca79d68c2498426eba31ea4c8db8dab_s

สำหรับข้อเสียของคาเฟอีนนั้น เราจะขอพูดถึงข้อเสียในด้านที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกว่าต้องพึ่งพาคาเฟอีน หรือเรียกง่ายๆว่าติดคาเฟอีนนั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าว่าอาการติดคาเฟอีนมันเป็นอย่างไร

อาการติดคาเฟอีนเป็นอย่างไร?

ตามชื่ออาการเลยค่ะ นั่นก็คือ อาการที่ร่างกายของเราไม่สามารถหยุดรับคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายได้ เพราะในคาเฟอีนมีคุณสมบัติที่ทำให้รู้สึกติดและเลิกไม่ได้ รู้สึกต้องการโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้าไม่ได้รับคาเฟอีนเข้าไปจะรู้สึกกระวนกระวาย เป็นต้น หรือบางคนที่จะต้องดื่มกาแฟอยู่เสมอตามเวลาที่คุ้นชิน เช่น ดื่มกาแฟในตอนเช้าให้ตาสว่าง, ดื่มระหว่างทำงาน, ดื่มหลังอาหาร เป็นต้น นี่ก็เป็นหนึ่งอาการเบื้องต้นของการติดคาเฟอีนนะคะ แต่ถ้าใครที่ยังอยู่ในระดับนั้นอยู่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายมาก ถ้าในคนกลุ่มที่ดื่มกาแฟมากๆจนเกินขนาดแล้วละก็ อาจจะทำให้เกิดอาการต่างๆตามมาเนื่องจากภาวะการติดคาเฟอีนได้ หากมีอาการติดคาเฟอีนเรื้อรังเป็นเวลานานตามด้านบน ก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายกะทันหันได้ หรืออาจจะทำให้ป่วยได้ อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ก็คือ ในกรณีที่ติดคาเฟอีนแบบเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากการรับคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการใจสั่น, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, หายใจลำบาก, มือเท้าสั่น หรือเห็นภาพหลอนได้เลยก็มี

ab032ee97cf547c6fa7b7d6525f6aa9e_s

ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม

สำหรับบางคนที่ติดคาเฟอีน อาจจะดื่มกาแฟไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัวถึงวันละ 10 แก้วเลยก็เป็นได้ ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการดื่มกาแฟใน 1 วันไม่ควรเกิน 6~7 แก้วต่อวัน สำหรับคนที่ดื่มในปริมาณมากกว่านั้น สามารถเรียกได้ว่ารับคาเฟอีนเข้าร่างกายเกินกว่าปริมาณที่เหมาะสม

คาเฟอีนไม่ได้มีอยู่แค่ในกาแฟ

คาเฟอีนไม่ได้มีอยู่เฉพาะแค่ในกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชา, ชาเขียว และเครื่องดื่มชูกำลังด้วย พูดได้ว่าถึงจะดื่มกาแฟแค่เพียงวันละ 5 แก้ว แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มในชนิดชาต่างๆ โดยเฉพาะในเครื่องดื่มชูกำลังที่มีคาเฟอีนสูงเป็นปริมาณมาก ก็อาจจะทำให้ร่างกายรับคาเฟอีนเข้าไปในปริมาณที่มากเกินได้เช่นกัน นอกจากนี้ชนิดของกาแฟก็มีผลด้วยเช่นกัน ในกาแฟดริฟท์จะมีปริมาณของคาเฟอีนมากกว่ากาแฟสำเร็จรูป ไม่เพียงแต่ในเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในยาบางประเภทที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดด้วย

e6a0d51607924ca5dff91bade647688b_s

เราสามารถนำคาเฟอีนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน แต่การดื่มกาแฟในปริมาณมากก็สามารถทำให้เกิดอาการเสพย์ติดคาเฟอีนได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย คอกาแฟทั้งหลายก่อนอื่นควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของกาแฟให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้หาวิธีการดื่มที่ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ควรระวังไม่เพียงแค่การดื่มกาแฟเท่านั้น แต่รวมถึงเครื่องดื่มชนิดอื่นๆที่มีคาเฟอีน รวมถึงยาต่างๆด้วย สำหรับกาแฟก็ไม่ควรดื่มเกินวันละ 3-5 แก้วพอนะคะ มาดื่มกาแฟกันเพื่อรสชาติความอร่อยและเพื่อผ่อนคลายกันดีกว่านะคะ

ที่มา : livedoor

by tansan

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

CAPTCHA


You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>